top of page

ตอนที่ 4 โครงการฝึกภาวะความเป็นผู้นำ และตัวผม

  • Writer: PRSWU Community
    PRSWU Community
  • Jul 30, 2021
  • 1 min read


สวัสดีครับทุกคน

ผมเป็นนิสิตคณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาภาษาเพื่ออาชีพ (หลักสูตรนานาชาติ) หรือที่เรียกกันติดปากกันว่าเอก LCI ครับ วันนี้ผมจะมาเล่าถึงหนึ่งในรายวิชาที่เป็นความทรงจำที่ดีอีกหนึ่งความทรงจำ ตั้งแต่เรียนที่คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมาครับ ประสบการณ์ที่ผมจะมาเล่าวันนี้เกิดขึ้นในรายวิชาบังคับของหลักสูตร LCI ภอน342 ภาวะผู้นำและกลุ่มที่มีประสิทธิภาพ จะมีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่าวิชา Leadership and an effective group ต่อจากนี้ผมขอใช้คำนี้ว่า Leadership แทนชื่อวิชาเต็มแล้วกัน (ฮ่า ๆ ) วิชา Leadership เนี่ยนะครับเป็นวิชาที่หลัก ๆ เกี่ยวกับการเป็นผู้นำที่ดีในอนาคต การฝึกฝนการทำงานเป็นทีม และการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเจอกับปัญหาเฉพาะหน้า


แต่เอ๋…. อ่านมาถึงตอนนี้แล้ว ก็คงจะสงสัยกันว่า แล้วมันน่าสนใจอย่างไร? ทำไมถึงต้องมาเขียนเป็นบทความ? ได้เวลาบอกความน่าสนใจของรายวิชานี้แล้วครับ เพราะวิชานี้มีโปรเจ็คใหญ่ภายใต้ชื่อ “โครงการบริการวิชาการ” ที่อาจารย์จะให้แต่ละเซค ซึ่งถือเป็นหนึ่งกลุ่มมาแข่งขันกันเอง!!!! โดยในเซคก็ต้องมีการแบ่งฝ่ายกันอย่างชัดเจน ได้แก่ หัวหน้าโครงการ ฝ่ายสันทนาการ ฝ่ายสวัสดิการ ฝ่ายสถานที่ และฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ ซึ่งผมในตอนนั้นก็ได้รับหน้าที่เป็น “หัวหน้าฝ่ายโสตฯ” นั่นเองครับ


แล้วที่ว่าจะต้องแข่งกันเนี่ย มันแข่งกันอย่างไรล่ะ? เกณฑ์ในการวัดอย่างแรกเลยนะครับก็คือ การระดมทุนบริจาคและนำเงินที่บริจาคมาใช้ให้คุ้มค่าที่สุด สอง คือ กิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุในวันจัดกิจกรรม และสาม คือ วิดีโอที่แสดงถึงผลลัพธ์ของโครงงานในครั้งนี้


ซึ่งพอผมได้เป็นหัวหน้าฝ่ายโสตฯ บอกเลยว่างานที่ต้องทำค่อนข้างเยอะมาก (ฮ่า ๆ) ตั้งแต่การหาคนมาเข้าฝ่ายเพื่อทำโปสเตอร์รับบริจาค การติดต่อสื่อสารระหว่างฝ่ายก่อนจัดแจงงาน การสำรวจสถานที่จริงพร้อมกับฝ่ายสถานที่ ตลอดจนการหาตากล้องไว้ถ่ายทั้งในวันจัดงานและวันซ้อมของฝ่ายสันทนาการ รวมไปถึงการทำไฟนอลโปรดัคส์อย่างวิดีโอให้ออกมาดีและไม่น่าเบื่อด้วย


ในช่วงการเตรียมโครงงาน ถือว่าเป็นช่วงที่ผมใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่บ้านและมศว เนื่องจากเราต้องมีการเตรียมความพร้อมในระยะเวลา 1 ภาคเรียนเต็ม ๆ เพื่อที่จะได้มั่นใจว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย ในการทำงานมีปัญหาบ้างประปราย แต่สมาชิกในกลุ่มก็ร่วมแรงร่วมใจกันจนปัญหาทุกอย่างคลี่คลายไปได้ด้วยดี


และแล้วเวลาก็ผ่านพ้น จนถึงวันจัดงานครับ โครงงานของเราจัดขึ้นที่ องค์การบริหารส่วนตำบล สาริกา จังหวัดนครนายก ในภาพรวมก็ถือว่าราบรื่นดีครับ เพื่อน ๆ กว่า 30 คนที่อยู่ที่นั่นก็ช่วยกันทำงานจนสำเร็จไปได้ด้วยดี ถึงจะเจอปัญหาภายในงาน เช่น เครื่องเสียงไม่พร้อม หรือ การที่บางฝ่ายคนไม่พอ จนต้องเอาฝ่ายอื่นไปช่วย แต่ในที่สุดพวกเราก็ทำงานจนสำเร็จเสร็จสิ้น ยิปปี้ ฮูเร่


(หน้าตาของเพื่อน ๆ ชาว section C ยิ้มแย้มแจ่มใสกันทุกคน)



แต่ถึงงานวันจริงจะเสร็จแล้วก็ตาม แต่งานของผมไม่เสร็จสักทีเดียว….. งานที่ยังเหลืออยู่คือ “วิดีโอนำเสนอ” ซึ่งเป็นงานของฝ่ายผม รวมถึงรายงานที่จะต้องทำส่งอีกนั่นเอง ซึ่งงานวิดีโอนำเสนอ เป็นงานที่ผมและเพื่อน ๆ ช่วยทำกันจนตาเปียกตาแฉะกันเลยทีเดียว ด้วยความที่ผมและเพื่อน ๆ เรียนอยู่ในหลักสูตร LCI ที่เป็นหลักสูตรนานาชาติกัน วิดีโอจึงต้องเป็นภาษาอังกฤษ… ซึ่งหมายความว่าฟุตเทจสัมภาษณ์เนี่ยก็ต้องมาแปลใส่ซับภาษาอังกฤษเพิ่ม แต่ด้วยความที่เอก LCI ของเรานั้นมีเรียนวิชาการแปลจากอาจารย์ที่เคยเป็นนักแปลมืออาชีพอยู่แล้ว ดังนั้นงานนี้เลยไม่ได้เป็นเรื่องยากสำหรับเราครับ (ขายกันตรง ๆ อย่างนี้แหล่ะ ฮ่าๆ) ตอนนั้นจำได้ว่าตัดวิดีโอเสร็จกันเนี่ยประมาณตี 4 ครึ่งของวันที่จะต้องนำเสนอเลยครับ เรียกได้ว่าพวกเราทำงานจนเกือบวินาทีสุดท้ายกันเลย (ฮ่า ๆ)


โดยรวมแล้ววิดีโอนำเสนอ ก็ออกมาได้ดีทีเดียวครับ เป็นวิดีโอที่ทำให้เพื่อน ๆ ในห้องรวมถึงอาจารย์ขำกันท้องแข็งเลยล่ะ (แต่ด้วยความที่วิดีโอมีข้อมูลเชิงลึกค่อนข้างมาก จึงเอามาให้ดูไม่ได้ในที่นี้นะครับ) ถึงแม้ว่า อาจารย์จะไม่บอกว่าเซคไหนชนะก็เถอะ แต่พวกเราก็รู้ดีว่าพวกเราทำกันเต็มที่ที่สุด และไม่เสียใจแน่นอนครับ เพราะนอกจากคะแนนที่ได้ พวกเราก็ได้ประสบการณ์ที่ดีกลับมาเช่นกัน


หลังจากจบโครงการนี้ พอผมลองมาสังเกตตัวเองดู ก็รู้สึกได้เลยว่าผมได้เปลี่ยนไปจริง ๆ โดยผมได้กลายเป็นคนที่มีความมั่นใจขึ้นจากการทำกิจกรรมครั้งนี้ ได้รับทักษะในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า รวมไปถึงผมสามารถเปลี่ยนไปมาระหว่างการเป็นผู้นำที่ดีและผู้ตามที่ดีได้ ต้องขอขอบคุณวิชานี้จริง ๆ ที่ทำให้ผมมีโอกาสพัฒนาตัวเองขึ้น สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณเพื่อน ๆ และอาจารย์ทุกท่านที่ทำให้โครงการนี้ออกมาได้ด้วยดี ผมหวังว่าท่านผู้อ่านจะได้รับความรู้และความสนุกจากการอ่านบทความครั้งนี้ของผมนะครับ และสำหรับน้อง ๆ ที่พึ่งขึ้นปี 3 ที่จะต้องเรียนในวิชานี้ พี่ขอบอกน้องว่า ‘Don’t judge a book by its cover’ แล้วน้อง ๆ จะได้สิ่งดี ๆ กลับมาอีกเยอะเลยครับ ขอบคุณครับ



Comments


Post: Blog2_Post

Subscribe Form

Thanks for submitting!

Tel. 02 649 5000 ext. 16292

©2021 by เล่าสู่กันฟัง. Proudly created with Wix.com

bottom of page